รีวิวหนัง Thor: Love and Thunder ด้วยรักและอัสนี

11 July 2022
รีวิวหนัง Thor: Love and Thunder ด้วยรักและอัสนี

การกลับมาอีกครั้งของเทพเจ้าสายฟ้าใน “Thor: Love and Thunder” ที่นับว่าเป็นภาคที่ 4 ที่ก็แอบตกใจไม่น้อยที่ยังมีโอกาสไปต่อกับการเป็นหนังเดียวของตัวเองได้อยู่ กับทีมงานและนักแสดงที่คุ้นเคย นี่คือจึงเป็นเหมือนการกลบมาที่ยิ่งใหญ่ของหนังลำดับที่ 29 ของจักรวาลมาร์เวล

null

Thor: Love and Thunder เล่าถึงการค้นหาความสุขของ ธอร์ แต่ชีวิตหลังการเกษียณของเขานั้นไม่ง่าย และต้องถูกรบกวนโดยนักฆ่าข้ามจักรวาลนามว่า กอร์ ที่มีฉายาว่านักฆ่าเทพเจ้า ผู้แสวงหาการตายเทพเจ้าทั้งมวล ละการต่อกรกับภัยคุกคามนี้ ธอร์จึงต้องการความช่วยเหลือจากเหล่าสหายเก่านั้นเอง

null

คงต้องบอกว่า Thor: Love and Thunder ยังทำเนื้อหาของต้วเองได้ดี ทีมสร้างและทีมนักแสดงคุ้นเคยกับหนังชุดนี้ดีอยู่แล้ว ทำให้ทกอย่างดูไปกันเป็นทิศทางเดียว การทำงานและการถ่ายทอดในหนังออกมาค่อยข้างไหลลื่นเป็นอย่างดีตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงของหนัง แต่ก็หนังภาคนี้ก็ยังคงดำเนินไปตามแบบฉบับและสูตรสำเร็จดั้งเดิมขของมาร์เวล

null

“ไทกา ไวทีที”​ สามารถใส่ลูกเล่นและความสร้างสรรค์ตามแบบฉบับของเขาได้เป็นอย่างดี พรสรรค์ในการสร้างจังหวะถูกนำมาใช้ในหนังเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ จึงทำให้อรรถรสของหนังเรื่องนี้ยังกลมกล่อม เมื่อมาอิมโพรไวซ์กับการแสดงอย่างมืออาชีพของทีมนักแสดงชุดนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หนังประคับประคองความบันเทิงได้ดีไปตลอดทาง

แต่ Thor: Love and Thunder อาจจะยังไม่ถึงกับเป็นหนังที่น่าประทับใจที่สุดของจักรวาลมาร์เวล ตัวหนังอาจจะสนุกและสร้างความบันเทิงได้ดี แต่ในด้านเนื้อหาอะไรต่าง ๆ ยังไม่ได้ตรงตามที่คาดหวังไปสักหน่อย แต่ตัวหนังค่อนข้างเด่นชัดยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเชื่อมโยงเข้ากับจักรวาลใหญ่ในภาพรวม

null

แม้ว่าบทหนังจะยังไม่ทำให้เราซื้อสักเท่าไหร่ แต่ทีมนักแสดงของ Thor: Love and Thunder กลับมีส่วนช่วยพยุงหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้ดีมาก “คริส เฮมสเวิร์ธ” ที่กลับมารับบทเดิมที่คุ้นเคย เขาก็กลายเป็นธอร์โดยธรรมชาติไปเรียบร้อยแล้ว นี่คือธอร์ในรูปแบบของเขาเอง การถ่ายทอดคาแรกเตอร์ในรูปแบบตัวเองยังเป็นเสน่ห์ที่ส่งผลดีต่อหนังอยู่

และในภาคนี้เรายังได้การกลับมาของ “นาตาลี พอร์ตแมน” ที่การกลับมาของเธอในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบเสริมและเติมเต็มให้กับหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และเสริมเข้ามาเติมเลือดเนื้อและจิตใจให้กับตัวละครอื่นได้อย่างดีด้วย

null

Thor: Love and Thunder ยังเต็มไปด้วยตัวละครที่หลากหลายและใส่เอาไว้ด้วยนักแสดงรับเชิญที่พร้อมจะมีขโมยซีนไว้เพียบ แต่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “คริสเตียน เบล” ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคาแรกเตอร์ที่มัดใจและเสริมพลังให้กับภาคนี้ได้ดีเช่นเดียวกัน แม้จะเป็นวายร้ายตัวใหม่ แต่การแสดงของเขาเต็มไปด้วยความน่าค้นหา ประหนึ่งต้องมาเล่นหนังดราม่าเข้มข้นเลยทีเดียว

ถึงจะแอบเสียดายนิดหน่อย ที่ในท้ายที่สุดตัวละครอย่าง กอร์ ในเรื่องนี้ ไม่ค่อยมีโอกาสได้โชว์ศักยภาพของตัวละครตัวนี้ออกมาได้เด่นชัดนัก เพราะเชื่อว่าการแสดงของ คริสเตียน เบล สามารถจะทำให้ตัวละครนี้ไปได้ไกลกว่านี้ แต่เพราะนี่คือหนังฮีโร่ในแกนหลัก อาจจะไม่ได้มีพื้นที่มากมายนักสำหรับจุดนั้น และนั่นก็ทำให้ 3 คาแรกเตอร์หลักที่กล่าวมานั้น ก็ถือว่าเป็นจุดเด่นจุดดีที่สุดของเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

null

โดยส่วนตัวแล้วนั้น แอบคิดว่า Thor: Love and Thunder ยังเป็นดูได้เพลินและสนุกได้ดี ตอบสนองและแฟนเซอร์วิสได้อย่างลงตัวในระดับที่น่าพอใจ และทำให้เห็นถึงเหตุผลที่ว่า ทำไม ธอร์ จึงสมควรยังมีหนังเดี่ยวของตัวเองอีกในเรื่องนี้นั่นเอง

เอาเป็นโดยสรุปแล้ว Thor: Love and Thunder ก็ถือว่าเป็นหนังที่บันเทิงดีในระดับที่น่าจะน่าพอใจต่อแฟน ๆ มาร์เวลนั่นแหละ มันอาจจะยังไม่ได้สมบูรณ์แบบหรือมีอะไรที่น่าจดจำมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเป็นการขยายความเรื่องราวชีวิตของเทพเจ้าสายฟ้า หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ แม้เหมือนจะว่ายเวียนวนอยู่อ่างหน่อยก็ตาม แต่ต้องยอมรับเลยว่า หนังยังคงทำออกมาได้สนุกดี และใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปได้อย่างแจ่มชัด อีกทั้งเติมแต้มความเป็นมนุษย์ให้กับตัวละครยิ่งขึ้น นั่นคือเสน่ห์หลัก ๆ ของหนังเรื่องนี้