รีวิวหนัง The Roundup บู๊ระห่ำ ล่าล้างนรก

21 June 2022
รีวิวหนัง The Roundup บู๊ระห่ำ ล่าล้างนรก

หนังแอคชั่นเกาหลีช่วงนี้ที่เป็นที่กระแสมาแรงถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศ ชนิดที่จะีหนังเรื่องไหนจะมาปราบยาก “The Roundup บู๊ระห่ำ..ล่าล้างนรก” ที่เป็นการกลับมาสู่วงการหนังเกาหลีอีกครั้งของ “มาดงซอก” หลังโกอินเตอร์ไปเล่นหนังฮอลลีวูดกับค่ายมาร์เวล และการกลับมาครั้งแสดงหนังเกาหลีครั้งนี้บอกเลยได้ว่า…มันส์จริง ครบทุกอารมณ์ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริงๆ

null

The Roundup บู๊ระห่ำ..ล่าล้างนรก เล่าถึงคดีสะเทือนขวัญของเกาหลีที่เกิดขึ้นในปี 2008 นักสืบมาซอกโด ได้กลับมาร่วมภารกิจอีกครั้ง หลังได้รับแจ้งให้ไปรับตัวผู้ร้ายข้ามแดนในประเทศเวียดนาม ซึ่งปรากฏว่าเมื่อเขาสืบหาเบาะแสของสาเหตุที่คนร้ายยอมมอบตัวอย่างง่ายดายในครั้งนี้ ทำให้ไปพบกับเหตุอาชญากรรมร้ายแรงกว่าเก่า และเขาได้ลงลึกถึงการเสาะหาฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ แต่ภารกิจครั้งนี้กลับยากเกินกว่าที่คิดไว้

null

นี่คือหนังภาคต่อจากเรื่อง “The Outlaws” หนังอาชญากรรมเรื่องดังของเกาหลีที่เคยออกฉายในปี 2017 ที่มาในภาคนี้อาจจะไม่ได้อ้างอิงมาจากเรื่องจริง แต่เนื้อหาเต็มไปด้วยรสชาติและชั้นเชิงที่จัดจ้าน บนพื้นฐานที่หยิบเอาตัวละครและคาแรกเตอร์เด่น ๆ จากหนังภาคที่แล้วมาใส่เอาไว้เป็นองค์ประกอบที่ค่อนข้างลงตัว แม้คุณไม่เคยดูหนังภาคแรกมาก่อน ก็ยังสามารถสนุกไปกับ เรื่องนี้ได้อยู่

หนังยังคงได้ผู้กำกับคนเดิม “คังยุนซอง” มาสานต่อความมันส์ และเขาก็ยังคงเส้นคงวากับการละเลงจังหวะที่ดีให้กับ The Roundup ออกมาสนุกและเดือดตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดเรื่องขึ้นมา ถึงแม้ว่าหนังจะเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จเดิม ๆ ของหนังแอคชั่นประเภทนี้ แต่กลับสามารถดำเนินเรื่องและเล่าเรื่องได้อย่างมีจังหวะและขั้นตอนที่น่าสนใจไปตลอดทั้งเรื่อง ผู้ชมน่าจะเพลิดเพลินไปกับหนังเรื่องนี้จนแทบจะไม่เสียดายเวลาเลย

null

โดยเฉพาะช่วงปูเรื่องกับโลเคชั่นที่เวียดนาม ถือเป็นการปูเรื่องที่ค่อนข้างนาน แต่กลับเป็นการเริ่มเนื้อหาที่สำคัญและเอาอยู่ให้ผู้ชมสนใจเนื้อหาได้ดีทีเดียว องค์ประกอบอื่น ๆ ทั้งงานภาพและโปรดักชั่นดีไซน์ของหนังน่าพอใจ การออกแบบฉากบู๊ในเรื่องทำออกมาได้ดี เมื่อนำมาผสมผสานกับมุมกล้องที่เล่นกับระดับสายของคนดูในหลาย ๆ จังหวะ ยิ่งเพิ่มความเร้าใจเร้าอารมณ์ให้ได้เป็นอย่างดี

และองค์ประกอบที่เสน่ห์ที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็หนีไม่พ้นทีมนักแสดง น่าประทับใจมากที่ตัวละครแทบจะทุกตัวในหนังเรื่องนี้ ที่ถึงแม้จะมีหลายตัวลคร แต่ตัวหนังสามารถเฉลี่ยให้ความสำคัญกับทุกคาแรกเตอร์เท่า ๆ กันหมด และคนดูยังสัมผัสใกล้ชิดในแต่ละตัวละครได้อย่างน่าประหลาด ทั้งคาแรกเตอร์บทนำและบทสมทบต่าง ๆ หนังเรื่องทำออกมาแบบไม่มีที่ติเลยทีเดียว

null

และแน่นอนว่า มาดงซอก ก็แบกหนังเรื่องนี้ได้สบาย เพราะบทตรงกับความเป็นตัวเขาเองค่อนข้างสูง จึงทำให้ทุกการแสดงที่ถ่ายทอดออกมานั้น เขาเข้าถึงบทได้อย่างว่องไว โดยเฉพาะฉากบู๊ต่อสู้ต่าง ๆ ต้องทำให้คนดูรู้สึกเกร็งและสะใจไปตาม ๆ กัน กับพละกำลัง ที่ดูกี่ทีก็รู้สึกสะใจและขยี้ความมันส์ได้ถึงแก่น

อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย “ซนซอกกู” พ่อหนุ่มดาราดังประจำปีนี้ เขาคือนักแสดงที่ทำหน้าที่เป็น ‘คังแฮซาง’ ในหนังเรื่องนี้นั้น การแสดงของเขาสอบผ่านตั้งแต่นาทีแรก การถ่ายทอดอินเนอร์และตีความบทของตัวเองออกมาได้น่าเยำเกรง เป็นฆาตกรและคนร้ายที่น่ากลัวไปทุกอิริยาบถ เขาเข้าถึงการแสดงได้อย่างง่ายดาย อินเนอร์มาเต็ม และใส่อารมณ์ในทุกฉากแบบไม่มีผ่อนเครื่องเลย

null

ขณะที่แก๊งตำรวจที่เสริมเข้ามาสร้างสีสันให้กับหนังเรื่องนี้ ซึ่งบทก็ถูกสร้างมาให้ทุกคนมีความสำคัญเท่าๆกันเป็นอย่างดี ซึ่งคนดูน่าจะต้องประทับใจการแสดงของ “ชเวกวีฮวา” ในบทผู้กองจอมขโมยซีน ที่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้เขาทำออกมาได้เฉิดฉาย และใส่เข้ามาได้ตรงจังหวะในหลาย ๆ ครั้งในหนังเรื่องนี้เลย

เอาเป็นว่าโดยสรุปแล้ว The Roundup เป็นหนังบู๊เกาหลีที่สนุกจริง แบบไม่อวยกินจริง ภายใต้องค์ประกอบสูตรสำเร็จต่าง ๆ ที่หนังหยิบยืมมาใช้เล่าเรื่องนั้น กลายออกมาเป็นการทำหนังที่ดูได้สนุกดีตลอดระยะเวลาร้อยนาที ทั้งมันส์ระห่ำ ทั้งหวาดเสียงกับเลือดสาด ทั้งหัวเราะไปกับมุกใส่มาได้ตรงจังหวะ

null

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่หนังประสบความสำเร็จและครองใจคนเกาหลีได้เท่านี้ เพราะเรื่องนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจากภาคแรกที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจริง ๆ แล้วก็หวังว่ามันอาจจะกลายเป็นแฟรนไชส์หนังตำรวจจับโจรที่ดีอีกเรื่องของเกาหลีในอนาคตก็ได้