รีวิวหนัง “Elvis”

23 June 2022
รีวิวหนัง “Elvis”

ถือป็นการกลับมาของเจ้าพ่อหนังมิวสิคัลที่เต็มไปด้วยสไตล์และความจัดจ้าน “บาซ เลอห์มานน์” หลังห่างหายจากการกำกับกว่าเกือบ 10 ปีและนี่คือการกลับมาของเขาอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในรอบ นับตั้งแต่ The Great Gatsby ในปี 2013 ที่ครั้งนี้นำคิดสร้างสรรค์มาละเลงการเล่าเรื่องราวชีวิตของตำนานนักร้อง ราชาแห่งร็อกแอนด์โรล เพราะนี่คือ “Elvis” (เอลวิส) หนึ่งในศิลปินที่ถูกยกย่องและจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ นี่คือการนำเสนอช่วงชีวิตของเขานับตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปถึงปลายทาง ออกมาเป็นหนังดราม่าผสมเพลงและแกมด้วยช่วงยุคสมัยที่สำคัญเอาไว้ได้อย่างแยลยล

null

นี่คือเรื่องราวของ เอลวิส เพรสลีย์ ที่ถูกนำเสนอผ่านความสัมพันธ์แสนซับซ้อนกับผู้จัดการนิสัยลึกลับ ผู้พัน ทอม ปาร์คเกอร์ เรื่องราวจะเจาะลึกไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่าง เพรสลีย์ และปาร์คเกอร์ ตลอดเวลา 20 ปี ตั้งแต่ เพรสลีย์ เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังมีแฟนคลับล้นหลามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางวัฒนธรรมที่กำลังพัฒนาในอเมริกา

null

เมื่อชีวประวัติของราชาเพลงร็อคมาอยู่ในมือของยอดผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์ ผลงานต้องออกมาสุดยอดแน่นอน เขาสามารถหยิบจับทำหนังที่องค์ประกอบของเพลงเข้ามาร่วมด้วย แม้ว่าจะยังไม่เคยทำหนังชีวประวัติเรื่องไหนมาก่อนก็ตาม แต่เมื่อได้มีโอกาสมาหยิบคว้าเรื่องราวของราชาเพลง เอลวิส เพรสลีย์ ในครั้งนี้ แต่เขาสามารถวางแผนงานสเกลที่ยิ่งใหญ่ไม่เบา และทุก ๆ รายลเอียดที่หนังถ่ายทอดออกมานั้น ก็สัมผัสได้ถึงความละเอียดในองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาในหนังที่มีความยาว 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เรื่องนี้

องค์ประกอบฉาก, องค์ประกอบศิลป์, ดีไซน์บทเพลง หรือจะงานตัดต่อ นั้นทำออกมาได้ดีเหลือเกิน และเรื่องนี้เขาก็ยังคงไว้ด้วยสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาเองเอาไว้ได้ ความจัดจ้านในการตัดต่อและเล่าเรื่องยังบ่งบอกในความเป็นเลอห์มานน์โดยแท้ และความลื่นไหลต่าง ๆ เมื่อหนังมาอยู่ในมือของคนที่คู่ควร มันก็จะออกมาดีแบบนี้แน่นอน

null

ทางด้านการแสดงของหนังเรื่องนี้ จัดว่าทำออกมาได้ดี ถึงตัวหนังจะโฟกัสและเน้นความสำคัญหลัก ๆ แค่เพียง 2 ตัวละครของ “ออสติน บัตเลอร์” กับ “ทอม แฮงก์ส” แต่การผนึกกำลังของทั้งสองคนนี้ก็ช่วยให้หนังทั้งเรื่องดำเนินไปอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ออสติน บัตเลอร์ ที่มอบการแสดงที่ค่อนข้างน่าประทับใจอยู่ไม่น้อย อาจจะเพราะการแปลงโฉมให้คล้ายกับตัวจริงด้วยส่วนหนึ่ง แต่อินเนอร์ต่าง ๆ ของเขาก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกคล้ายตามและเชื่อไปอย่างหมดใจแล้วว่า เขาคือเอลวิส

null

การดีไซน์การแสดง ไม่ว่าจะเป็นท่าทางและน้ำเสียงการพูดต่าง ๆ เจ้าหนุ่มออสตินถือว่าทำการบ้านมาดี เขาอาจจะไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ เพราะจริง ๆ เขาก็สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่เด็ก ๆ ผ่านงานแสดงมาก็พอประมาณ แต่เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่เขาถูกเลือกให้มาเป็นนักแสดงนำ และเขาก็สามารถแบกรับหนังเอาไว้ทั้งเรื่อง และไม่อาจจะทำให้ผู้ชมละสายไปได้เลย เพราะการแสดงและความหล่อแบบเดียวกับต้นฉบับ เอลวิส เพรสลีย์

ในขณะที่ ทอม แฮงก์ส ก็สามารถดีไซน์การแสดงออกมาให้รู้สึกไม่จำเจกับบทที่ตัวเองเคยเล่นมาแล้ว บวกกับการแปลงโฉมทั้งตัว เพื่อให้เข้ากับบทบาท จึงเป็นอีกตัวละคนหนึ่งที่ผู้ชมจะสามารถเข้าถึงได้ง่าย แม้ว่าความซับซ้อนและมิติของตัวละครที่หนังถ่ายทอดออกมายังค่อนข้างแบนไปสักหน่อย

null

ในส่วนของเพลงนั้น แม้จะไม่ใช่แฟนเพลงของเวลวิส แต่ทุกบทเพลงที่ใส่เข้ามาประกอบในหนังเรื่องนี้ หลายคนจะต้องร้องอ๋อตามไปตลอดทาง หยิบเอาเพลงคลาสสิกมากมายของเอลวิสมาประยุกต์ใหม่ให้ไพเราะและเข้ากับยุคสมัยมาก ๆ

และอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ต้องเอ่ยถึงก็คือ เทคนิคการแต่งหน้า-ทำผมและคอสตูมดีไซน์ การแต่งหน้า-ทำผมโดดเด่นมาก โดยเฉพาะการแปลงโฉมให้กับออสตินในการเป็นเอลวิสในแต่ละยุค ที่ค่อน ๆ ใส่รายละเอียดแทรกเขาไปได้อย่างเป็นธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ เรื่องถึงกับต้องฉุกคิดตามไปว่า นี่หนังหยิบเอาฟุตเทจจริง ๆ มาตัดต่อสลับไปมาด้วยหรือไม่ เพราะเกือบจะแยกไม่ออกแล้ว

null

ส่วนองค์ประกอบงานออกแบบเสื้อผ้าของหนังเรื่องนี้ ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ เพราะทีมงานสร้างเก็บรายละเอียดทุกระเบียบนิ้วในยุคนั้นเอามาใส่ไว้ได้เป๊ะ ๆ ไม่ขัดตา แน่นอนว่าองค์ประกอบนี้ถือว่าเป็นอีกไฮไลต์เด็ดของหนังเลอห์มานน์ในทุก ๆ เรื่อง และ Elvis ก็ถือว่าสอบผ่านในองค์ประกอบงานสร้างหลาย ๆ ด้านที่บรรจงสร้างออกมา

โดยภาพรวมแล้วนั้น Elvis ก็ถือว่าเป็นหนังชีวประวัติตำนานเพลงที่ทำออกมาได้ค่อนข้างกล่อมกลม ช่วงปูเรื่องตอนแรก ๆ เล่าเรื่องได้กระชับติดสปีดทีเดียว แม้ว่าจะมาย้วยนิดหน่อยในช่วงกลาง ๆ แต่ก็สามารถปิดองก์ท้ายของเรื่องได้อย่างทรงพลังกับความดราม่าที่เพิ่มลำดับขึ้นเรื่อย ๆ บทหนังเรื่องนี้อาจจะยังไม่กลมกล่อมมากนัก แต่ก็นับได้ว่าเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ในชีวิตเอลวิส ผนวกเข้ากับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในช่วงชีวิตเขาเอาไว้ได้ค่อนข้างดี